การปลูกถ่ายไขมัน พบว่าโอกาสที่เซลล์ไขมันจะอยู่รอดหลังการปลูกถ่ายนั้นพบได้ตั้งแต่ 70%-90% ทั้งนี้ขึ้นกับหลายๆ ปัจจัย เป็นต้นว่า ความแข็งแรงของตัวผู้ป่วยเอง เทคนิคการสกัดไขมัน หรือการฉีดไขมัน เมื่อเซลล์ไขมันที่อยู่รอดแล้วจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา หากอ้วนมันก็จะอ้วน หากเราผอมลงเซลล์ก็จะผอม แต่ทั้งนี้จะพบว่าหากมีการเติมซ้ำหลังจากครั้งแรกประมาณ 3-6 เดือน พบว่าโอกาสที่ไขมันจะอยู่รอดมากขึ้นได้อีก

  สุดยอดเทคโนโลยี LipoKit กับการเก็บไขมัน 

LipoKit เป็นใช้เครื่องมือที่ทันสมัยที่มีประสิทธิภาพสูงในการจัดเก็บไขมันภายในเครื่องเดียว ครบทุกกระบวนการ ในระบบปิด ซึ่งเริ่มจากกระบวนการดูดไขมัน กักเก็บไขมัน คัดแยกเซลล์ไขมัน ผลิต Stem Cell โดยแพทย์จะทำการดูดไขมันมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วเข้าสู่ขั้นตอนคัดแยกน้ำเหลืองหรือเลือดที่ปะปนมาจากการดูดไขมันที่จากนั้นนำกลับไปฉีดให้เจ้าของไขมันคนเดิมโดยไม่ต้องนำไขมันออกมาปั่นนอกเครื่องเหมือนเครื่องมือแบบเก่าที่ล้าสมัยผลที่ได้คือ ได้เซลล์ไขมันที่มีบริสุทธิ์ มีความปลอดภัยเหมาะกับการฉีดเข้าในบริเวณที่ต้องการ คุณภาพและความอยู่รอดของเซลล์ไขมันที่ได้สูง 

 ประโยชน์ที่ได้รับจากการศัลยกรรมด้วยไขมันตัวเอง 

1.  การฉีดเพื่อ เสริม เติมเต็มส่วนที่ขาดหรือ ปรับแต่ง แก้ไขรูปร่างที่ยังไม่ได้สัดส่วน  บริเวณใบหน้า ได้แก่ การฉีดปรับบริเวณใบหน้าที่ตอบ แก้มตอบ ขมับตอบ ผิวหน้าบาง โหนกแก้ม หน้าผากลาดต่ำ ริมฝีปากบาง แผลเป็นบุ๋มบางชนิดที่ใบหน้า  บริเวณในส่วนอื่นของร่างกาย คือ มาฉีดเสริม ได้แก่  เต้านม เพื่อให้เต่งตึงและโตขึ้น สะโพก เพื่อให้โตและได้รูปมากขึ้น อวัยวะเพศทั้งชายและหญิง เพื่อให้ได้รูปร่างที่สวยอวบอิ่มขึ้น นอกจากนี้บริเวณแขน-ขาที่ลีบเล็ก หรือบริเวณแผลเป็นที่ดูลึกไม่ได้รูป ก็สามารถใช้ไขมันเพื่อปรับแต่งรูปร่างได้

2. การฉีดเพื่อเน้นให้ผิวใส ดูอ่อนเยาว์ขึ้น เป็นการฉีดเพื่อดูแลปัญหาผิวหน้า เช่น ลดริ้วรอย (Reduce wrinkle)  ขนาดรูขุมขนเล็กลง (Reduce pore site) เม็ดสีจางขึ้น (Anti Melanocytic effect) ของสภาพผิวหน้า หลังมือและนิ้วที่เหี่ยวเพื่อให้เต่งตึงขึ้น ผลดังกล่าวข้างต้นจะเริ่มเกิดชัดขึ้นตั้งแต่ 2 อาทิตย์ และจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป 

  • แก้ปัญหาผิวหน้า ริ้วรอย รูขุมขนใหญ่

  • กระตุ้นการซ่อมแซม cell ที่เสื่อมสภาพ

  • ปรับแต่งแก้ไขบริเวณที่ไม่ได้สัดส่วน

 ปัจจัยที่อยู่รอดของเซลล์ไขมันประกอบด้วย 

1. ปัจจัยจากตัวผู้ป่วยเอง เราพบว่าผู้ป่วยที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวมาก อายุน้อย มีโอกาสที่เซลล์ไขมันจะอยู่รอดมากกว่า ผู้ที่เป็นโรคประจะตัวมาก เช่น เบาหวาน หรือมะเร็งบางชนิด หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันของร่างกาย หรือผู้สูงวัย และพบว่า เพศหญิงโอกาสที่เซลล์ไขมันจะอยู่รอดมากกว่าเพศชายด้วย นอกจากนี้การเตรียมตัวก่อนการปลูกถ่ายไขมัน การดูแลหลังการปลูกถ่ายไขมันรวมทั้งการดูแลสุขภาพ อาหารการกินก็มีส่วนร่วมทั้งสิ้นต่อการอยู่รอดของเซลล์ไขมัน
 
2. ปัจจัยทางศัลยแพทย์ ซึ่งประกอบด้วย ความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการปลูกถ่ายไขมัน และสเตม เซลล์ การเลือกตำแหน่งไขมัน เทคนิคการสกัดไขมัน เทคนิคการฉีด ตลอดจนศาสตร์ที่นำเทคโนโลยีต่างๆ มาผสมผสานเพื่อให้เซลล์ไขมันอยู่รอดมากขึ้น
 
 ขั้นตอนการศัลยกรรมด้วยไขมันตัวเอง 

การผ่าตัดโดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ ปกติจะอยู่ประมาณ 1.5 – 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและปริมาณที่ฉีดปรับ โดยศัลยแพทย์จะเป็นคนประเมินปริมาณและความสมบูรณ์ในส่วนต่างๆของร่างกาย โดยจะเลือกใช้เซลล์ไขมันจากตำแหน่งที่มีคุณภาพดีที่สุดก่อน โดยทั่วไปจะใช้บริเวณหน้าท้อง ต้นขา เป็นต้น

 เทคนิคการฉีดไขมัน 

เทคนิคของการฉีดมีผลต่อการสลายตัวของไขมันภายหลังการผ่าตัดมากส่วนหนึ่ง หลังจากได้กำหนดและวาดโดยใช้สีที่บริเวณที่ต้องการฉีดในท่านั่งหรือยืนแล้ว จึงให้ยาชาเฉพาะที่ จากนั้นจะเจาะแผลเล็กๆ ขนาด 1-2 มม. ในบริเวณที่มองไม่เห็น การฉีดโดยใช้เทคนิคฉีดหลายๆ แนว และหลายๆ ระดับ เพื่อให้ไขมันมีส่วนสัมผัสกับเลือดที่มาเลี้ยงมากที่สุด จะลดการสลายตัว (การตายของเซลล์ไขมัน) หลังผ่าตัดลงไปมาก โดยทั่วไปแพทย์จะฉีดเกินปริมาตรที่ต้องการประมาณ 20% เพื่อชดเชยการสลายตัวภายหลัง ซึ่งพบประมาณ 30-40% ของปริมาตรไขมันที่ปลูกถ่ายเมื่อสิ้นสุดการฉีด จะติดเทปเพื่อทำให้เกิดความกดและป้องกันการไหลไปกองของไขมันที่ฉีดไว้ประมาณ 24-48 ชม.

 อาการหลังได้รับการฉีดไขมัน 

บริเวณที่ฉีดไขมันจะบวมขึ้นประมาณ 2-3 วัน แต่อย่างไรก็ตาม การเขียวช้ำไม่ค่อยพบ เนื่องจากการใช้เทคนิคในปัจจุบัน การบวมอาจจะอยู่ถึง 1-2 สัปดาห์แรกหลังจากนั้นอาการบวมจะลดลงเรื่อยๆ และสวยขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งโดยปกติอาการบวมต่างๆ จะคงที่ประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้อัตราการบวมในแต่ละรายนั้นจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ เพศ วัย หรือปริมาณ fat ที่เติมด้วย
 
อาการเขียวช้ำจะพบได้บ้าง 1-2% โดยเฉพาะบริเวณรอบๆดวงตา หรือคาง สำหรับบริเวณอื่นๆ นั้นแทบจะไม่พบอาการเขียวหรือช้ำเลย และหากมีอาการเขียวช้ำ อาการเหล่านี้จะหายภายใน 1-2 อาทิตย์เท่านั้น ไม่ควรนวดไขมันโดยแรงถ้าไม่จำเป็น ยกเว้นแต่ไขมันไปจับตัวผิดที่และไม่เรียบ เพราะว่าการทำเช่นนั้น จะเพิ่มการสลายตัวของไขมันได้ 

 

Visitors: 43,036