ความรู้เกี่ยวกับการเสริมจมูก

หลักการประเมินรูปทรงจมูก เพื่อให้ได้รูปทรงสวยงามรับกับขนาดของใบหน้า ดังต่อไปนี้ 

1.การประเมินขนาดความกว้างของหัวตา (Intercanthal distance) และบริเวณสันจมูก (Nasal radix)
2.การประเมินความหนาและความกว้างของเนื้อบริเวณปลายจมูก (Tip of Nose)
3.การวัดความยาวของสันจมูกถึงปลายจมูก (Nasal Length)
4.การประเมินความหนาของผิวหนังทั้งหมดโดยเฉพาะบริเวณจมูก (Skin thickness)
5.การดูลักษณะและรูปทรงจมูกเดิมของผู้ป่วย
 
ประเภทของการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก 

การศัลยกรรมจมูกแบบเปิด หรือ Open Rhinoplasty แพทย์จะทำการผ่าตัดทำโดยการกรีดผ่าจมูกออกในแนวดิ่ง เปิดให้เห็นแกนจมูก จากนั้นจึงทำการแยกเนื้อและผิวหนังออกจากโครงสร้างจมูก เพื่อที่แพทย์จะได้เห็นโครงสร้างหรือกายวิภาค (anatomy) ของจมูกได้อย่างชัดเจน และลงมือผ่าตัดต่อไป ส่วนใหญ่ศัลยกรรมแพทย์มักจะใช้วิธีนี้ในการลดขนาดจมูกที่โด่งมากเกินไป ซึ่งพบได้มากในคนแถบยุโรป อินเดีย และตะวันออกกลาง

การศัลยกรรมจมูกแบบปิด หรือ Closed Rhinoplasty เป็นการผ่าตัดที่เกิดขึ้นภายในจมูก แพทย์จะถูกกรีดเป็นแผลพอประมาณภายด้านในของโพรงจมูก และจะถูกทำให้แยกออกจากกระดูก และกระดูกอ่อนซึ่งสามารถนำออกมาภายนอกได้ จากนั้นก็จะทำการจัดรูปร่างใหม่ ไม่ว่าจะเสริมหรือตัดแต่ง เพื่อให้ตรงกับแบบที่ต้องการ ส่วนใหญ่ศัลยกรรมแพทย์มักจะใช้วิธีนี้ในการเสริมดั้งจมูกที่แบน ไม่ได้สัดส่วนให้มีความสวยงาม ซึ่งพบได้มากในคนแถบเอเชีย

การศัลยกรรมจมูกซ้ำสอง หรือ Secondary Rhinoplasty หรือ Revision Rhinoplasty คือกระบวนการผ่าตัดซ้ำอีกครั้งหลังจากที่ได้ทำการผ่าตัดครั้งแรกไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาที่การผ่าตัดครั้งที่หนึ่งไม่สามารถแก้ไขได้หมด โดยกระบวนการผ่าตัดศัลยกรรมซ้ำครั้งที่สองนี้จะเป็นการศัลยกรรมแบบเปิดหรือปิดก็ได้

กระบวนการศัลยกรรมจมูก 

ในการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกในครั้งแรกจะใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับกรณีของคนไข้แต่ละราย ส่วนการผ่าตัดเพื่อแก้ไขผลหรือการศัลยกรรมจมูกซ้ำสองนั้น อาจกินเวลามากขึ้นไปอีก ส่วนการฉีดฟิลเลอร์ใช้เวลาเพียง 15-30 นาที ส่วนกระบวนการของการผ่าตัดมีดังนี้
 
1. ให้ยาชาหรือยาสลบ แพทย์สามารถเลือกให้ยาชา หรือยาชาร่วมกับยากล่อมประสาทในการผ่าตัด แต่หากเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนมาแพทย์จะเลือกใช้การให้ยาสลบเลยก็ได้ ส่วนการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ต้องมีกระบวนผ่าตัดร่วมด้วยนั้น ฉีดเพียงยาชาเฉพาะจุดเท่านั้นก็เพียงพอ
2. ลงมือผ่าตัด กระบวนการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาของจมูกสามารถเป็นได้ทั้งการการศัลยกรรมจมูกแบบเปิดหรือแบบปิดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรณี วินิจฉัยของแพทย์ และการตกลงกับคนไข้
3. ลงมือปรับเปลี่ยนรูปทรง ในขั้นตอนนี้แพทย์จะลงมือปรับเปลี่ยนรูปทรงของจมูกไม่ว่าจะเป็นการลดขนาด เพิ่มขนาด หรือดัดตรง (ในรายที่มีปัญหาสันจมูกคดเบี้ยว) ตัดแต่งโครงสร้างที่กีดขวางการหายใจ ส่วนกรณีที่ต้องอาศัยการเสริมรูปร่างหรือปรับแปลงรูปทรง แพทย์อาจอาศัยกระดูกอ่อนจากส่วนอื่นของร่างกาย อย่างที่ใบหู มาใช้ในกระบวนการนี้ด้วย 
4. ปิดแผลผ่าตัด หลังจากได้ทำการปรับแต่งรูปร่างของจมูกเรียบร้อยแล้ว แพทย์ก็จะทำการเย็บปิดบาดแผล ซึ่งในบางกรณีแพทย์อาจให้เข้าเฝือกที่จมูกด้วยก็ได้ 
 
การพักฟื้นหลังการผ่าตัด 
 
ภายหลังการผ่าตัดคนไข้อาจไม่สามารถหายใจด้วยจมูกได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เนื่องจากอาการบวมที่เกิดขึ้น อาการปวดนั้นมีบ้างโดยแพทย์จะให้ยาระงับอาการปวดมารับประทานด้วย ต้องอาศัยการประคบเย็นบริเวณหน้าผาก เพื่อช่วยลดอาการบวมแล้วและเลือดออกจากจมูกหลังการผ่าตัด นอกเหนือจากนี้ยังต้องห้ามสั่งน้ำมูกเป็นอันขาด 
• ในช่วง 1-2 วันแรก ควรพักผ่อนมากๆ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย และระวังการกระทบกระแทก
• นอนหนุนศีรษะให้สูงปกติ
• ประคบด้วยน้ำแข็งใน 1-2 วันแรก (ประคบครั้งละ 15 นาที และเว้นระยะห่าง 15 นาที) หลัง 2 วัน ให้ประคบด้วยน้ำอุ่น
• ควรรับประทานอาหารอ่อน งดอาหารแข็งที่ต้องขบเคี้ยว
• ไม่ให้บาดแผลโดนน้ำอย่างน้อย 5 วัน หลังจากนั้นล้างหน้าได้ตามปกติ
• ไม่ควรแกะบาดแผลหรือเศษเลือดที่ติดอยู่และไม่สั่งน้ำมูกแรงๆ 
• ถ้ามีอาการผิดปกติ ให้ไปพบแพทย์
• หลังจาก 5-7 วัน แพทย์จะนัดให้มาดูผลหลังผ่าตัด แพทย์อาจจะนำเฝือกออก และอาจใส่อุปกรณ์เพื่อช่วยดามและรักษารูปทรงของจมูกเอาไว้ในระหว่างที่รอให้แผลหายดี ในเวลานั้นอาการบวมจะยังมีอยู่บ้าง แต่จะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับและดีขึ้นราว 85% ภายใน 1 เดือน และจะเข้าที่เป็นปกติในในเดือนถัด ๆ มา บางกรณีนั้นต้องรอถึงราว 1 ปี ถึงจะเห็นผลการศัลยกรรมที่ชัดเจน 
 
วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก 
 
วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกมีหลายชนิด อาจจำแนกง่าย ๆ ได้ 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 การเสริมด้วยสารเติมเต็ม ได้แก่ Filler  หรือ การฉีดไขมันตนเอง 
กลุ่มที่ 2 Auto graft คือ นำวัสดุที่ได้จากร่างกายของผู้รับการผ่าตัด เช่น กระดูกอ่อนหลังหูมาเติมปลายจมูก หรือกระดูกจากส่วนต่างๆในร่างกาย วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้เสริมจมูกคนไข้ที่มีจมูกผิดรูป เนื่องจากอุบัติเหตุหรือแก้ไขความพิการจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น เนื้องอก ความพิการแต่กำเนิด เป็นต้น 
กลุ่มที่ 3 Synthetic prosthesis คือ วัสดุสังเคราะห์ เช่น Gore-Tex ซิลิโคนแท่ง ชนิดที่ใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งจะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ทำให้ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยึดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี

 

    • 10.jpg
      1. การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ซิลิโคนเป็นวัสดุทางการแพทย์ ปรับแต่งรูปทรงขึ้นมาเพื่อใช้ในการเสริมจมูก เป็นวิธีที่แพร่หลายและได้ผลดีมากที่สุด เพราะซิลิโคนแท่งนั้นสามารถที่จะอยู่ในร่างกา...
    • 12.jpg
      การลดขนาดจมูกด้วยการผ่าตัดสามารถแบ่งได้ 2 วิธี วิธีที่ 1 (การแก้ไขจมูกงุ้ม)การลดกระดูกจมูกส่วนสันที่โค้งนูน หรือโก่ง หรือที่เรียกว่าจมูกเหยี่ยว , จมูกเล่ห์เหลี่ยมเป็นเงี่ยงคล้ายๆ...
    • 13.jpg
      การแก้ไขรูปทรงจมูกแบน จมูกแบนคือผู้ที่ไม่มีสันจมูก หรือจมูกแบน ทำให้จมูกดูสั้น ใบหน้าส่วนบนไม่มีมิติ การแก้ไขการผ่าตัดหรือวัสดุเติมแต่งอื่นๆ ซึ่งจะให้ได้ผลออกมาดีนั้น ต้องแยกออกเป็...
Visitors: 499,677