Botox

 การฉีดโบท็อกซ์ Botulinum toxin (Botox®) 

 

Botox®  เป็นชื่อทางการค้าของสารชีวภาพชนิดหนึ่งคือ Botulinum toxin A โบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่มาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่งถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1980 โดยแพทย์ชาวเบลเยียม ต่อมาทีมแพทย์ชาวอเมริกาได้ทำการสกัดโบท็อกซ์ ที่เดิมเป็นสารพิษให้เป็นสารบริสุทธิ์จนสามารถใช้กับมนุษย์ได้ และตั้งชื่อเป็น Botulinum Toxin Type A ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว ดังนั้นจึงนิยมนำโบท็อกซ์มาใช้สำหรับการลดรอยย่นของผิวหนัง  ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวน้อยลง จึงส่งผลให้ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น ผิวกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น โดยการยับยั้งการทำงานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ 

 ประโยชน์ของ Botulinum toxin ต่อความสวยงาม 

  • รักษารอยย่นบนใบหน้าที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ (การแสดงออกทางสีหน้า) ได้แก่ ริ้วรอยหน้าผาก (Horizontal Forehead lines) ยกคิ้ว (Brows lift) รอยหว่างคิ้ว (Glabellar Frown lines) ตีนกา (Crow’s feet) ริ้วรอยใต้ตา (Infraorbital crow’s feet) ลดร่องแก้ม (Nasolabial folds) ลดปีกจมูก (Nasal flare) รอยย่นสันจมูก (Bunny lines) ยิ้มเห็นเหงือก (Gummy smile) ยกมุมปาก (Melomental lines, Bow lips, Marionette lines) ยกกระชับหน้า (Facial dermolift)และกระตุ้นคอนลาเจน โดยหลังฉีดจะเริ่มออกฤทธิ์ 2-3 วัน และเห็นผลสูงสุดประมาณ 7-14 วัน หลังการรักษา ผลการรักษาแต่ละครั้งจะคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
  • ลดขนาดหรือเปลี่ยนรูปทรงของกล้ามเนื้อของใบหน้า และกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ เช่น ผู้ที่มีรูปคางเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมอันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อบริเวณกรามที่มีขนาดใหญ่ ให้เล็ก ใบหน้าจะค่อย ๆ เรียวยาวขึ้น(Masseter Hypertrophy, V shape)ใน 4 สัปดาห์หลังฉีด และออกฤทธิ์เต็มที่ช่วง 2-3 เดือนหลังฉีด 
  • รักษาภาวะเหงื่อออกมากผิดปรกติ(Hyperhidrosis) บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือบริเวณรักแร้ เป็นผลให้ต่อมเหงื่อไม่ถูกกระตุ้น จึงไม่มีเหงื่อ ไม่มีกลิ่นตัว ผลการรักษาแต่ละครั้งจะคงอยู่ได้นานประมาณ 6-10 เดือน

 ผลลัพธ์ที่ได้ 

การฉีด Botulinum toxin (Botox®) ออกฤทธิ์ได้นานประมาณ 4-6 เดือน จากนั้นก็ต้องมารับการฉีดใหม่ ถ้ามีการฉีดกระตุ้นในระยะเวลาที่เหมาะสม  โดยประมาณ ทุกๆ 4 เดือน ผลการรักษาอาจคงอยู่ได้นานกว่าเดิม หลังการฉีดจะเห็นผลใน 1 สัปดาห์ ริ้วรอยลึกจะหายไป ใบหน้าจะสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  บุคคลที่เหมาะสมกับโบท็อกซ์ 

บุคคลที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะรูปหน้าคงที่แล้ว ต้องการปรับแต่งรูปหน้าให้สวยเนี้ยบยิ่งกว่า ต้องการปรับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแก้โหงวเฮ้ง หรือเสริมบุคลิกภาพเพื่อสังคม ผู้มีอายุต่ำกว่านั้นก็สามารถทำได้ ไม่ต้องรอให้วัยล่วงเลย

  บุคคลที่ไม่ควรฉีด Botox 

1.ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ 
2.ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin 
3.ผู้ที่มีประวัติแพ้ Botulinum Toxin 
4.หญิงมีครรภ์อยู่ระหว่างให้นมบุตร
 
โบท็อกซ์ ฉีดส่วนไหนได้บ้าง?
 
1. หน้าผาก 
    เพื่อ แก้ไขรอยย่น ให้เรียบตึง
    ที่เกิดจาก การยักคิ้ว เลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือย่นหน้าผาก
2. ระหว่างคิ้ว
    เพื่อ ลดรอยย่นบริเวณหัวคิ้ว 
    ที่เกิดจาก การขมวดคิ้ว 
3. หางคิ้ว
    เพื่อ ช่วยให้หางคิ้วยกเชิดขึ้นมา 
    ที่เกิดจาก ผิวหนังหย่อนคล้อยกล้ามเนื้อหดรั้ง
4. รอบดวงตา และ ตีนกา
    เพื่อ ลดรอยตีนกา 
    ที่เกิดจาก การการยิ้ม
5. ปีกจมูก
    เพื่อ ทำให้ปีกจมูกดูเล็กลง ได้ทรงยิ่งขึ้น
    ที่เกิดจาก การขยายตัวของปีกจมูกเวลายิ้ม
6. ลดการยิ้มเห็นเหงือก
    เพื่อ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณริมฝีปาก ทำให้เวลายิ้มเห็นเหงือกน้อยลง
    ที่เกิดจาก ริมฝีปากร่นเวลายิ้ม
7. กราม และ กรอบหน้า
    เพื่อ ปรับรูปหน้า ลดกราม ทำ v-shape
8. มุมปาก
    เพื่อ ลดริ้วรอยบริเวณมุมปาก แก้ไขรูปปากคว่ำ
    ที่เกิดจาก อายุที่มากขึ้น การยิ้ม
9. คอ
    เพื่อ ลดรอยที่เป็นปล้องๆ บริเวณลำคอ หรือเพื่อปรับบริเวณใต้ขากรรไกรและคอ ให้เรียวได้รูปมากยิ่งขึ้น 
    ที่เกิดจาก ผิวหนังหย่อนคล้อยกล้ามเนื้อหดรั้ง
10. รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
      เพื่อ ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ 
      ที่เกิดจาก ความผิดปกติของต่อมเหงื่อ
11. น่อง
      เพื่อ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณน่อง ลดมัดกล้ามเนื้อบริเวณน่องให้ฟีบลงจึงดูเรียวขึ้น 
      ที่เกิดจาก การเดิน กรรมพันธุ์

หมายเหตุ: ปริมาณที่ใช้ในการฉีดโบท็อกซ์ จะขึ้นกับการประเมินจากรอยย่นแต่ละจุด

  

 เตรียมตัวก่อนการฉีด 

1. ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือแอสไพริน ก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์ 
2. ควรหยุดรับประทานวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย และสมุนไพรร้อน เช่น โสม ก่อนการรักษาประมาณ 2-3 วัน
 
 ผลข้างเคียง 
การฉีดมีผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อตายแต่อย่างใด ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงอย่างเช่น อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ คันบริเวณที่ฉีด หรือบางรายหนังตาตก แต่พบได้น้อยมาก โดยเฉพาะหากฉีดในปริมาณน้อยๆ เพื่อการปรับรูปหน้า และอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
 
 ภาวะแทรกซ้อน 
 
ไม่ค่อยพบภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในคนไข้ที่ฉีด Botulinum Toxin แต่อาการที่คนไข้สามารถพบได้คือกล้ามเนื้ออ่อนแรง หนังตาตก ตาพร่ามัว ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1 ถึง 2 วัน หรือในคนไข้บางรายอาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือนหลังการฉีด อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนต่างๆ สามารถลดลงได้จากความชำนาญของแพทย์
 
 การปฎิบัติตัวหลังฉีด 
  • คนไข้จะต้องบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ถูกฉีดสารดังกล่าวคำแนะนำของแพทย์ระหว่าง 24 ชั่วโมงแรกหลังการฉีด ไม่ควรนอนราบใน 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรอยู่ในท่าตรง นั่งหรือยืน หรือนอนในแนวเฉียง
  • บริหารกล้ามเนื้อมัดที่ฉีดบ่อยๆ ใน 1 วันแรก
  • ควรล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดและซับหน้าเบาๆ ไม่ควรถูหน้าแรงๆ และไม่ควรนวดหน้า
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 2 ถึง 3 วันแรกหลังการฉีด
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด (อบไอน้ำ น้ำอุ่น อบซาวน่า เลเซอร์) ประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายบริเวณรอยเข็มและจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง
  • ประคบด้วยน้ำแข็งหรือใช้น้ำเย็นชุบหน้าถ้าพบว่ามีรอยช้ำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวและเลือดออกง่าย 
  • หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
    • 24.jpg
      PRP (Platelet-Rich Plasma)เป็นเทคนิคทางการแพทย์ใหม่ที่นำเลือดของคนไข้มาใช้แก้ปัญหาทางด้านผิวพรรณความ...
    • การร้อยไหม เป็นทางเลือกใหม่ทางการแพทย์โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด สิ่งที่นอกเหนือจากการผ่าตัดดึงหน้าตามปกต...
    • 294.jpg
      การฉีดสารฉีดเติมเต็ม Fillerเป็นสารเติมเต็มซึ่งใช้เติมในส่วนที่ขาดหายไปหรือเสื่อมสลายไป และเป็นที่ยอม...
    • 52.jpg
      ฉีดสลายไขมัน การฉีดลดไขมัน หรือที่เรียกกันว่า Mesotherapy เป็นวิธีการลดไขมันและลดเซลลูไลต์ เฉพาะที่ ...
Visitors: 478,577