พล.ต.ต. นพ. อนันต์ สุวรรณเทวะคุปต์ กับการสร้าง ความสุข และ ความงามด้วยศัลยกรรม

เชื่อว่าเมื่อพูดถึงคำว่า ศัลยกรรมตกแต่ง หลายคนคงจะนึกถึงเรื่องศัลยกรรมความงามเพื่อให้คุณสวยขึ้น หล่อขึ้น เพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วความหมายของมันมีมากกว่านั้น นพ.อนันต์ สุวรรณเทวะคุปต์ หัวหน้าหน่วยงานศัลยกรรมตกแต่ง งานศัลยกรรม รพ.ตำรวจ  เชื่อว่าศัลยกรรมตกแต่ง คือศัลยกรรมสาขาหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ผู้ป่วยมีความสุขและบางครั้งมอบความงามให้กับผู้ป่วยที่มีภาพลักษณ์ที่ไม่สวยงามให้เค้าได้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนเดิม
 
 จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ให้
“แน่นอนครับว่าสมันก่อนนั้น พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกเรียนหมออยู่แล้ว เพราะเป็นอาชีพที่มั่นคง มีผู้คนนับหน้าถือตา ไม่ต้องหางานด้วย (หัวเราะ) ผมก็เลยตัดสินใจเรียนหมอ แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกเรียนศัลยกรรม, หมอสูติ หมอเด็ก หมอผ่าตัด หรือหมอตาทำไมถึงไม่เรียน นั่นเป็นเพราะว่ามีช่วงหนึ่งที่ผมได้ผ่านงานทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ได้เห็นผู้ป่วยที่มีโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ไม่ค่อยสวยงาม เช่น ทั้งบาดแผลไฟไหม้ มีรอยแผลเป็น ผู้ป่วยที่มีแผลเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่มีอุบัติเหตุทางใบหน้าที่ทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย แล้วผู้ป่วยกลุ่มนี้ถูกส่งมาที่แผนกศัลยกรรมตกแต่ง ทางอาจารย์ที่ดูแลทางด้านภาควิชาศัลยกรรมตกแต่งก็สามารถผ่าตัดแก้ไขทำให้เค้ากลับไปมีชีวิตอยู่ในสังคมได้เหมือนเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไข้พึ่งพอใจมาก ผมจึงรู้สึกว่าสาขานี้เป็นสาขาที่น่าสนใจ แม้คนไข้เองจะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตเลย แต่ก็ทำให้คนไข้ที่เป็นโรคแล้วมีผลทำให้เค้าไม่สามารถเข้าสังคมได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ คนไข้มีความสุขที่เราสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เค้าได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจทางด้านศัลยกรรมตกแต่งครับ”
“ต้องบอกก่อนครับว่าศัลยกรรมตกแต่งจริงๆ แล้วในเมืองไทยประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด คิดว่าศัลยกรรมตกแต่งทำศัลยกรรมความงามเท่านั้น แต่จริงๆ ศัลยกรรมความงามเป็นอีกแขนงหนึ่งของศัลยกรรมตกแต่งเท่านั้น ซึ่งเป็น 1 ใน 9 สาขาย่อยของศัลยกรรมตกแต่ง การศัลยกรรมเสริมความงามบางครั้งหมอคิดว่าเป็นสาขาที่ง่ายที่สุดในด้านของการผ่าตัดด้วยซ้ำเพียงแต่ต้องใช้ศิลปะในการวางแผนการผ่าตัดและศิลปะในการพูดคุย การทำความเข้าใจกับคนไข้ให้ดี เพราะเป็นงานที่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนไข้อย่างเดียวบางทีหมอว่าสวย แต่คนไข้ว่าไม่สวยมันก็ไม่จบ เพราะฉะนั้นต้องคุยกันทำความเข้าใจให้ตรงกัน ไปในแนวทางเดียวกัน ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีครับ”
 
งานศัลยกรรมไหนที่คิดว่าท้าทายที่สุด 
“20 ปีมาแล้วครับ สำหรับการเป็นแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งมา ผมก็พัฒนามาเรื่อยๆ ถ้าจะถามว่าศัลยกรรมไหนท้าทายที่สุดคงตอบว่าทุกอย่างในสาขาที่เราเรียนมาท้าทายหมด แต่ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเคสนั้นๆ มากกว่า เช่น ถ้าเป็นศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขความพิการ ก็ท้าทายครับ อย่างคนเป็นมะเร็งที่จมูก แล้วจมูกหายไปทั้งอัน แพทย์จะปั้นจมูกใหม่ให้เค้าได้อย่างไร ต้องอาศัยความปราณีตของแพทย์มากที่จะทำให้การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อของเค้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมให้มากที่สุด อาจจะใช้ผิวหนังจากศีรษะหรือหน้าท้องมาปลูกใหม่ ซึ่งก็ต้องทำให้เหมือนเดิมให้มาที่สุดเพื่อให้คนไข้มีชีวิตที่ดีขึ้นนั่นคือหน้าที่ของแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งแต่ถ้าเป็นส่วนของการทำศัลยกรรมตกแต่งความงามนั้น ขั้นตอนมันจะไม่มีอะไรมากเพราะเป็นเรื่องของการผ่าตัดพื้นฐาน แต่เรื่องนี้จะสำคัญตรงที่การพูดคุยกับคนไข้มากกว่า ว่าแบบนี้เราทำได้หรือไม่ เหมาะสมที่จะทำหรือไม่ ทำแล้วดีขึ้นหรือไม่ อย่างบางคนไม่เหมาะที่จะทำ ผมก็ต้องพูดคุยให้เค้าเข้าใจ นั่นจะเป็นเรื่องความท้าทายอีกแบบหนึ่ง ซึ่งทุกอย่างในอาชีพแพทย์มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ในแต่ละเคสก็ไม่เหมือนกันครับ”
 
ศัลยกรรมใดที่คนนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
“ในบ้านเราถ้านับจำนวนเคสที่มาทำมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องจมูกครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายวิภาคของคนเอเชียที่จะมีจมูกค่อนข้างกว้าง แบน และเมื่อไปเทียบกับชาวตะวันตกแล้ว เค้าจะแคบกว่า โด่งกว่า สูงและเป็นสันมากกว่า เพราะฉะนั้นคนเอเชียส่วนใหญ่จึงนิยมทำกันมาก เป็นค่านิยมอย่างหนึ่งด้วย ทำให้การทำจมูกเป็นอย่างแรกๆที่ริเริ่มขึ้นในวงการศัลยกรรมบ้านเรา ตั้งแต่ 40-50 ปีก่อน มีมาตั้งแต่ซิลิโคนยังไม่ได้รับความนิยม แต่เป็นการใช้กระดูกซี่โครงมาทำจมูกแทนนั่นแหละครับ”
 
ปัจจุบันการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่จับต้องได้ง่ายขึ้น มีสถานที่ทำให้เลือกเยอะ ราคาก็ถูกลงกว่าแต่ก่อน คุณหมอมีความคิดเห็นอย่างไร
“จริงๆ แล้ว ถ้าเรามองในแง่ดีก็แสดงว่าวงการการแพทย์ของเรามีการพัฒนาขึ้นครับ มีแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจในการทำศัลยกรรมความงามเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในอดีตมีหมอที่ทำศัลยกรรมตกแต่งอยู่แค่ 200 กว่าคนจากทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันมี 400-500 คน แสดงว่าการแพทย์เรามีการพัฒนามากขึ้น ส่วนเรื่องการแข่งขันทางด้านราคาก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่อยากจะแนะนำคนไข้ว่า ราคาถูกหรือราคาแพงไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญที่คนไข้ต้องให้ความสนใจนั่นก็คือการพูดคุยกับแพทย์ให้เข้าใจตรงกันว่าสามารถทำได้อย่างที่เราต้องการหรือไม่ ข้อดีข้อเสียคืออะไร แล้วค่อยพิจารณาว่าจะทำ ซึ่งคนไข้เองก็สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ได้ที่เว็บไซต์ของแพทยสภา เลือกดูข้อมูลแพทย์ว่าท่านนั้นสามารถทำหัตถการทางด้านที่เราจะทำได้หรือไม่ เป็นแพทย์เฉพาะทางๆ ด้านนั้นหรือไม่ อยากให้เข้าใจว่าราคาอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดครับ”  
 
อะไรคือสิ่งที่ได้รับจากการเนรมิตความงามให้กับคนไข้
“สำหรับผมแล้วการทำงานทางด้านศัลยกรรมตกแต่งก็เหมือนกับการทำบุญครับ ส่วนใหญ่แพทย์ศัลยกรรมที่ทำงานในโรงพยาบาลรัฐบาลจะเป็นการรักษาความพิการต่างๆ มากกว่าความงามเป็นส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเมื่อผมได้มาทำตรงนี้มันก็เหมือนเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง คนไข้บางคนเป็นมะเร็งที่ริมฝีปาก แล้วปากหายไปเลย ผมเองต้องช่วยผ่าตัดทำให้เค้ามีริมฝีปากได้เหมือนเดิม และสามารถเดินออกไปสู่สังคมได้อย่างไม่อายใคร จากที่ผมได้เห็นคือเค้ามีความสุขมาก ผมเองก็รู้สึกดีใจและภูมิใจที่สามารถรักษาเค้าได้ เมื่อคนไข้มีความสุขเราก็มีความสุขครับ ส่วนในแง่ของศัลยกรรมความงามก็เหมือนกัน บางคนไม่มั่นใจในรูปร่างหรืออวัยวะในร่างกายแล้วมาแก้ไข เพราะรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย เมื่อมาผ่าตัดตรงนี้แล้วคนไข้จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เราเห็นสีหน้าคนไข้ เราก็ภูมิใจและดีใจที่เค้าพอใจในผลงานของเรานั่นคือความสุขที่ผมได้รับครับ เครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการทำงาน

“คงเหมือนแพทย์ทั่วๆ ไป คือรักษาตามหลักมาตราฐานวิชาชีพทางการแพทย์ เรื่องจรรยาบรรณของแพทย์ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง การรักษาทางด้านการแพทย์ต้องไม่มีหลายมาตรฐาน ไม่เกี่ยวกับเงิน อันนี้ก็สำคัญ เพราะปัจจุบันหลายคนอาจมองว่าการแพทย์เป็นธุรกิจอีกสาขาหนึ่ง ซึ่งก็สามารถทำได้ไม่ผิดอะไรครับ แต่ต้องอยู่ในกรอบจรรยาบรรณาทางการแพทย์ คือไม่ว่าคนไข้จะยากดีมีจนยังไงการรักษาที่พวกเค้าจะได้รับหรือการพูดจากับคนไข้ต้องเป็นมาตรฐานเดียว นี่คือหลักที่ผมยึดปฏิบัติมาตลอด 20 ปีครับ”เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียด

Visitors: 478,917